อาหารสำหรับคนพักผ่อนน้อย ทำไงให้ร่างกายสดชื่น

สำหรับวิถีชีวิตในปัจจุบันของคนเรานั้น ต้องเรียกได้ว่ามีสิ่งกระตุ้น หรือสิ่งเร้ามากมาย ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมเอามากๆ เช่น จากที่เคยนอนแต่หัวค่ำ หลังจากการทำงานในแต่ละวัน ก็เปลี่ยนเป็นนอนดึกมากขึ้น

องุ่น ผลไม้บำรุงเลือด และยาอายุวัฒนะ

องุ่น เป็นผลไม้ที่หลายๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเจ้าองุ่นนี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศทางแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน ดังนั้นมันจึงสามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี ทั้งในเขตหนาว และเขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว

ประโยชน์เหลือล้นของ สตรอเบอรี่

สตรอเบอรี่ เป็นผลไม้ในวงศ์กุหลาบ มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม แต่เดิมนั้นถูกใช้เพื่อปลูกคลุมดิน ต่อมาได้มีการนำเอาผลสตรอเบอรี่มารับประทานเป็นอาหาร และแปรรูปเป็นของกินอื่นๆ อีกหลากหลายชนิด

ผัก ธัญพืช ต้านโรคหัวใจ

โรคหัวใจ เป็นภาวะของโรคที่พบเห็นได้บ่อยมากในปัจจุบัน เพราะลักษณะนิสัย การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมของคนเรา คือเน้นการทำงานบนโต๊ะ หรือในออฟฟิศมากขึ้น แต่กลับกินอาหารที่มีพลังงานสูงเข้าไปในแต่ละมื้อแทน

อาหารและเครื่องดื่ม สำหรับแก้อาการเครียด

ความเครียด เป็นภาวะทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ที่มักเกิดขึ้นกับร่างกายของคนเรา ในยามที่เกิดความทุกข์ ความไม่สมหวัง ซึ่งนอกจากความเครียด จะส่งผลเสียต่อจิตใจ เช่น ทำให้ไม่ร่าเริง ไม่มีความสุขแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติของร่างกาย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลไม้เพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลไม้เพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

มะขาม (tamarind) ประโยชน์น่ารู้ กับความงามที่คุณต้องลอง


มะขาม
 มีชื่อทางวิทญศาสตร์ว่า Tamarindus indica  L มะขามเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีกิ่งก้านสาขาอยู่จำนานมาก ซึ้งในปรเทศไทยของเรานิยมปลูกมะขามกันมากในจังหวัด
จังหวัดเพชรบูรณ์ ‘ที่เขาเรียกกันว่า เพรชรบูรณ์เมืองมะขามหวานนั้นเอง ซึ้งมะขามมีประโยชน์แทบจะทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น ราก ลำต้น ใบ ผล เมล็ด เปลือก โดยส่วนใหญ่จะนำมาบริโภค กันและ ทำประโยชน์จากเนื้อไม้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เนื่องจากมะขามเป็นไม้ยืนต้น มะขามในไทยมีสองชนิดคือมะขามเปรี้ยวและมะขามหวาน โดยมะขามหวานมีหลายพันธุ์เช่น พันธุ์น้ำผึ้ง อินทผลัม หมื่นจง สีทอง โดยเรามักจะนิยมปริโภคผลมะขามกัน นอกจากเราจะรับประทานสดสดแล้วยังนำมาทำเป็นส่วนประกอบของเครื่องปรุงอาหารอีกด้วยไม่ใช่แค่ผลเท่านั้นที่เรามักบริโภคกัน ใบอ่อนของมะขามก็นิยมนำมาปรุงรสอาหาร เช่น แกงยอดมะขามอ่อนนอกจากบริโภคก็ยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคอีกด้วย

มะขามกับการรักษาโรค

ส่วนที่เรานิยมใช้กันได้แก่ ผล เปลือก ราก ใบ และเมล็ด
โดยผลหรือเนื้อในฝักของมะขามจะช่วยในเรื่องของการแก้อาการท้องผูก เป็นยาระบายอ่อนๆ ยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ กระหายน้ำ และใช้เป็นยาสวนล้างท้องช่วยขับสารพิษในร่างกาย  ใบมะขามมีทั้งใบสดและใบแก่ โดยใช้เป็นยาถ่าย ยาระบายท้อง ขับลมในลำไส้ แก้อาการไอเป็นหวัด แก้โรคบิด  ขับเสมหะ ใช่น้ำคั่นหยอดตารักษาเยื่อตาอักเสบตามัว  ช่วยฟอกโลหิต ขับเหงื่อออก และในโบราณยังมีความเชื่อเอามาอาบหลังคลอดช่วยให้สะอาดและฟื้นฟูสุขภาพของคุณแม่ที่อยู่เดือนเพื่อที่จะได้หายเร็วขึ้น เมล็ดใช้ แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ถ่ายพยาธิไส้เดือนตัวกลมในลำไส้ พยาธิเส้นด้าย ขับเสมหะ แก้ไอ กระหายน้ำ เป็นยาสวนล้างท้องในส่วนของ ดอกสดใช้เป็น ยาแก้โรคความดันโลหิต ฝักมะขามดิบใช้ฟอกเลือด  ในส่วนรากจะใช้ สะมาแผลได้ดีและช่วยฆ่าเชื้อ เริม ฝีในมดลูกได้ จะเห็นได้ว่าแค่มะขาม1ฝักก็ช่วยในการรักษาโรคได้มากมายเพราะเนื่องจากในมะขามมีสารทางเคมีโดยใน ผลจะมีสารจำพวก Alcohols, Aldehydes; Citric acid Ketones, Vitamin B1, Essential Oil, Enzyme. /ใบมะขามมีสารAlcohols, phenolic esters and ethers. Sambubiose, Carboxylic acid, Oxalic acid/ส่วนเมล็ดมีPhosphatidylcholine, Proteins Glutelin, Albumin, Prolamine, Lectin และสารอารหารหลักจำพวก วิตามินเอและวิตามินซีสูง และยังมี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต  แคลเซียม และฟอสฟอรัส มะขามเปียกมีสารกรดอินทรีย์ เช่น กรดซกรด กรดทาทาริค กรดมาลิค มีสารพวกกัม (gum) และเพคติน (pectin) ซึ้งร่างกายของเรามีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างระบบการทำงานของร่างกาย

นอกจากนี้แล้วยังนิยมนำมะขามมาใช้เป็นผลิตภันฑ์เสริมความงาม


ผลิตภันฑ์ที่นิยมทำคือ สบู่  ผงขัดผิว โดยในมะขามจะมีกรดผลไม้ และสารจำพวกวิตามินที่สูงจึงส่งผลทำให้ผิวพรรณเปล่งปลัง ในสมัยก่อนชาวบ้านจะจะเอามะขาเปียกขัดผิว และเอาเปลือกมะขามไปตากแห้งจากนั้นเอามาบดและนำมาขัดผิงสามารถควบคุว ซึ่งปัจจุบันก็ได้แปรรูปมะขามจากแนวความคิดภูมิปัญญามาประยุกต์ใช้ โดยสบู่มะขามถั่วไปจะช่วยในเรื่องชำระล้างร่างกาย ปรับสภาพผิวให้เนียนและใสด้วยสารวิตามินcเป็นหลัก ส่วนผงขัดจะช่วยในด้านผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วให้มีเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา และยังสามรถควบคุมความมันบนใบหน้าซึ้งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวได้อีกด้วย ซึ้งผู้ที่อยากมีผิวสายแบบธรรมชาติสามารถหาผลิตภันฑ์หรือจะทำเองก็ได้ เพื่อความงามของสาวๆขอ ฝากมะขามไว้ในอ้อมอกอ้อมใจครับ
มะขามจัดได้ว่าเป็นผลไม้ทางเศรษฐกิจที่มีการนำมาแปรรูปต่างๆสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรมากมายและนอกจากนั้น ยังเหมาะแก่ท่านที่มีโรครุมเล้าโดย เฉพาะปัญหาระบบขับถ่าย ลำไส้ เพราะมะขามมีสรรพคุณโดยตรงในเรื่องของการรักษาโรคอย่างตรงจุด ท้ายนี้สุขภาพดีหาได้ด้วยการดูแลตนเอง ยังไงก็ขอฝากมะขามผลไม้ฝักผลไม้เศรษฐกิจของไทย ไว้สำหรับท่านที่รักสุขภาพทุกคนด้วนะครับ



วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

องุ่น ผลไม้บำรุงเลือด และยาอายุวัฒนะ


องุ่น เป็นผลไม้ที่หลายๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเจ้าองุ่นนี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศทางแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน ดังนั้นมันจึงสามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี ทั้งในเขตหนาว และเขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว
ลักษณะของต้นองุ่นจะเป็นกึ่งไม้ยืนต้น กึ่งไม้เลื้อย ดังนั้นการปลูกจึงต้องมีการสร้างหลัก หรือ ไม้สำหรับให้กิ่งเกาะ เพื่อออกผล องุ่นนั้นจะออกผลเป็นพวง ใน 1 พวงจะมีลูกองุ่นเล็กๆ จำนวนหลายสิบลูก ตามแต่ละพันธุ์
ลูกองุ่นจะมีลักษณะเป็นผลกลมรี มีรสหวานอมเปรี้ยว ฉ่ำน้ำ มีสารอาหารหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นมันจึงมักถูกนำมารับประทานเพื่อเป็นอาหารสำหรับคนที่รักสุขภาพ สำหรับสรรพคุณขององุ่นนั้น มีดังต่อไปนี้
– ผลขององุ่นนั้น กินสดๆ จะช่วยบำรุงปอด ตับ ไต ม้าม โลหิต คือจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานต่างๆ และล้างสารพิษที่ติดค้างอยู่ในอวัยภายในดังกล่าวได้ โดยเฉพาะส่วนของตับ ที่สารอาหารในองุ่น จะช่วยลดการสะสมของสารพิษที่เข้าสู่ตับ กระตุ้นการฟอกเลือด และสามารถควบคุมสมดุลของระบบต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี
– องุ่นมีวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ตลอดจนเกลือแร่ ที่ช่วยในการสร้างความสดชื่นให้กับร่างกายได้อย่างชะงัด โดยน้ำตาลประเภทต่างๆ ในองุ่นจะเป็นตัวช่วยในการดูดซึมวิตามินต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย และน้ำตาลเหล่านั้น จะไม่เปลี่ยนรูปเป็นคาร์โบไฮเดรต ดังนั้น องุ่นจึงถือเป็นอาหารที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้รักสุขภาพ
– ในองุ่น มีสารอาหารที่เรียกว่า โพลีฟีนอล ที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนรูปจากองุ่นสดเป็นน้ำ หรือไวน์ โดยสารที่ว่านี้ มีความสามรถในการกระตุ้นการทำงาน และบำรุงสมอง ทำให้ผู้ที่ได้รับสารนี้เข้าไปเป็นประจำ จะมีความจำที่ดี มีสุขภาพของสมองที่แข็งแรง แม้ว่าจะมีอายุมากก็ตาม ดังจะมีข่าวจากงานวิจัยของต่างประเทศ ที่พบว่า การดื่มไวน์องุ่นเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะ หลังอาหาร จะช่วยให้สมองแข็งแรง และมีความจำ ตลอดจนการทำงานที่ดีมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม
– องุ่น ทุกประเภทจะมีกากอาหาร หรือไฟเบอร์สูงมาก ดังนั้น มันจึงช่วยในระบบการขับถ่าย ช่วยให้สามารถถ่ายได้คล่องมากขึ้น อุจจาระไม่จับเป็นก้อนแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคประเภทริดสีดวงทวาร นอกจากนั้นแล้ว องุ่นแห้ง หรือที่เรียกกันว่าลูกเกดนั้นสามารถใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ เพื่อรักษาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
– ในการวิจัยของทางต่างประเทศ สามารถระบุว่า องุ่น มีส่วนช่วยในการต่อต้าน หรือการป้องกันการเกิดของเซลล์มะเร็ง โดยในองุ่นจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (ที่เรียกกันว่า ฟลาโวนอยด์) ซึ่งอนุมูลอิสระเหล่านั้นจะสามารถพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นจึงพูดได้ว่า การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้
– ในองุ่นมีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการควบคุมความดันโลหิต โดยการกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ ในเยื่อยุเส้นเลือดชั้นใน นอกจากนั้นแล้ว ยังช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องรับประทานทั้งเปลือกและเมล็ด เพราะในเมล็ดนั้นจะมีสารอาหารที่มากกว่าเนื้อถึง 20 เท่า
– ในองุ่นนั้น มีน้ำตาลปะเภทดี ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วมาก โดยไม่เปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น มันจึงมีฤทธิ์ ในการลดความเครียดได้อย่างชะงัด ซึ่งหากนำเอาองุ่นมารคั้นเป็นน้ำ แล้วดื่มเย็นๆ จะช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำหวานต่างๆ ที่มักจะทำเป็นรสองุ่นนั่นเอง
– การกินองุ่น พร้อมเล็ด และเผลือก จะช่วยในการป้องกัน และรักษาอาการเจ็บคอที่เกิดจากอาการหวัด เป็นไข้ ไอเรื้อรังได้อย่างชะงัด โดยเฉพาะการไอแห้งที่เจ็บคอ ลองรับประทานองุ่นสดๆ จะลดอาการดังกล่าวลงได้
– องุ่น มีสรรพคุณในการลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยสามารถลดความแน่นอืดเฟ้อหลังจากมื้ออาหารได้ เพียงรับประทานองุ่น หลังมื้ออาหารเป็นประจำ อาการอึดอัดอันเกิดจากอาการแน่นท้องนั้นก็จะค่อยๆ หายไป
– องุ่น มีฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดของโรคหัวใจ หรืออาการหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ มันจึงเหมาะกับการเป็นอาหารของผู้ที่เป็นโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์

กล้วย ผลไม้พื้นๆ ที่ไม่ธรรมดา


กล้วยเป็นผลไม้ที่หากินได้ง่ายมากที่สุดประเภทหนึ่งในบ้านเรา เพราะกล้วยนั้นเป็นผลไม้เมืองร้อน ที่ปลูกง่ายได้ทุกพื้นที่ของประเทศ กล้วยที่ปลูกในประเทศไทยนั้นมีหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยตานี แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นกล้วยแบบไหน ก็ล้วยแล้วแต่มีประโยชน์กับร่างกายทั้งนั้น นอกจากนั้นแล้ว คนไทยยังมักนำเอากล้วยมาแปรรูปเป็นอาหารชนิดต่างๆ เช่น กล้วยบวดชี กล้วยตาก กล้วยฉาบ เป็นต้น กล้วว มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายอย่าง ซึ่งจะช่วยป้องกัน รักษาอาการผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้
– กล้วย สามารถลดอาการปวดหัวอันเกิดจากโรคไม่เกรนได้อย่างชะงัด โดยเมื่อมีการเกิดปวดหัวไมเกรน แล้วกินกล้วยเข้าไป สารอาหารประเภทแม็กนีเซียม ที่อยู่ในกล้วย จะช่วยบรรเทา และระงับอาการปวดหัวลงได้ นอกจากนั้นแล้ว หากเป็นกล้วยที่แปรรูปเป็นอาหารบางชนิด เช่น ไอศกรีมกล้วยหอม ก็จะช่วยลดความเครียด อันเป็นหนึ่งในสาเหตุของไมเกรนลงได้อีกต่างหาก
– กล้วย มีกรดอะมิโน และทริปโตเฟน ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สมองสร้างสารเซโรโทนิน ที่เป็นเหมือนสารระงับประสาทในสมอง ส่งผลให้เราสามารถนอลหลับได้ง่ายและหลับสบายไม่หลับๆ ตื่นๆ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับยากๆ หรือเป็นโรคนอนไม่หลับนั้น ลองรับประทานกล้วยหลังอาหารมื้อเย็นดู แล้วจะรู้สึกว่าหลับได้ง่าย และหลับสนิทสบายดีมาก แต่แนะนำว่าควรเป็นกล้วยแบบสดๆ ไม่ควรเป็นกล้วยแปรรูป
– กล้วย เป็นแหล่งพลังงานที่ดของร่างกาย เพราะมีคาร์โบไฮเดรตปริมาณมาก (แต่เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยสลายได้ง่าย) นอกจากนั้น ในกล้วยยังมีวิตามินซีสูง ที่ช่วยให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่า ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการออกกำลังกาย โดยแนะนำให้กินกล้วยก่อนไปทำงานตอนเช้า จะรู้สึกสดชื่น และสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือสำหรับใครที่อยากจะไปออกกำลังกาย รองท้องด้วยกล้วยหอม หรือกล้วยน้ำว่าก่อนสัก 1-2 ลูก จะช่วยให้ร่างกายมีความแกร่งและอึดสำหรับการออกกำลังกายมากเลยทีเดียว
– กล้วย มีสารอาหารที่เรียกว่า โพแทสเซียม ซึ่งจะช่วยปรับความดันของเลือด ให้อยู่ในระดับที่สมดุล ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่า การกินกล้วยเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิต นอกจากนั้นกล้วยยังเป็นอาหารที่ลดความเครียดได้อย่างชะงัด เพราะเมื่อเกิดความเครียด ความดันโลหิตจะพุ่งสูงขึ้น สารอาหารโพแทสเซียม จะข้าไปปรับสมดุลตรงจุดนี้
– กล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า มีไฟเบอร์ในปริมาณที่สูง ดังนั้น มันจึงสามารถ ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย การกินกล้วยเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายมากขึ้น ลดปัญหาเรื่องท้องผูก หรืออุจจาระแข็งตัว อันนำมาสู่สาเหตุของการเป็นโรคริดสีดวงทวารลงได้ นอกจากนั้นแล้ว กล้วยยังเป็นเป็นอาหารที่ปรับสมดุลในระบบลำไส้ กล้วยบางประเภทที่มีใยอาหารสูงๆ จะช่วยล้างเอาสารพิษ ที่ติดค้างในลำไส้ออกไปด้วย ในระหว่างการขับถ่าย
– กล้วย มีวิตามิน บี1 และ บี 2 ซึ่งเร่งการเผาผลาญ ไขมันและน้ำตาลที่อยู่ในร่างกาย ดังนั้น มันจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังต้องการลดความอ้วน เพราะกล้วยนั้นมีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง คือ มีสารอาหารที่ละลายน้ำได้ดี เมื่อเข้าไปอยู่ในท้องจึงสามารถพองตัว ให้อิ่มได้นาน นอกจากนั้นแล้วกล้วยยังมีคุณสมบัติในการลดความหยากของหวาน อันเป็นที่มาของความอ้วนได้อีกด้วย
– อย่างที่บอกไปว่า กล้วย มีสารโพแทสเซียมสูง ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ โดยโพแทสเซียม จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจลง นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงงหลอดเสือด สร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด ถือเป็นอาหารที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากโรคดังกล่าวลง
– กล้วยมีวิตามิน A สูงมาก ดังนั้นมันจึงช่วยในเรื่องของระบบประสาทสายตา โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการมองเห็นไม่ชัด พร่ามัว หรือดวงตาที่เหนื่อยล้า อาจจะลองกินกล้วยหลังมื้ออาหาร หรือรับประทานเป็นของว่างดู จะช่วยให้การทำงานของสายตาดีขึ้น ไม่ปวดหรือเมื่อยตา แต่อย่างไรก็ตาม ควรพักผ่อนให้เพียงพอด้วยเช่นกัน
– กล้วยมีสารที่เรียกว่า ฟรุกโตโอริโกแซคคาไลน์ เป็นสารที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมสารแคลเซียม ที่ส่งผลดีต่อกระดูกได้

ประโยชน์เหลือล้นของ สตรอเบอรี่


สตรอเบอรี่ เป็นผลไม้ในวงศ์กุหลาบ มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม แต่เดิมนั้นถูกใช้เพื่อปลูกคลุมดิน ต่อมาได้มีการนำเอาผลสตรอเบอรี่มารับประทานเป็นอาหาร และแปรรูปเป็นของกินอื่นๆ อีกหลากหลายชนิด สตรอเบอรี่ ที่นิยมปลูก คือสตรอเบอรี่สวน ซึ่งจะให้ผลที่ดก แดง และรสชาติดีมากกว่าพันธุ์อื่นๆ รสชาติของสตรอเบอรรี่ จะมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว นิยมกินสด หรือแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ เช่น แยม ของหวาน หรือเครื่องดื่ม สำหรับการกินสตรอเบอรรี่ให้ได้ประโยชน์นั้น ควรกินสด ซึ่งสารอาหารในสตรอเบอรี่ จะมีสรรพคุณต่อร่างกายดังนี้
1. บำรุงสายตา แน่นอนว่า ปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนเราในทุกวันนี้ คือปัญหาเรื่องสายตา ที่มักจะเสื่อมเร็วขึ้น จากการใช้งานอย่างหนัก เช่น การทำงานที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอด นอกจากนั้นแล้ว เมื่อคนเราอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อของดวงตาก็จะเสื่อมลง เมื่อเกิดอาการดังกล่าว แนะนำให้รับประทานสตรอเบอรี่สด เพราะในสตรอเบอรี่สด จะมีกลดเอลลาจิก และกรดฟีโนลิก ที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา นอกจากนั้นแล้ว ในสตรอเบอรี่ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี และฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของอาการกล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ
2. ป้องกันโรคเก๊าต์ และโรคข้ออักเสบ ต้องบอกว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ด้วยการใช้ชีวิตปัจจุบันทำให้ร่างกายนั้นเป็นที่สะสมของสารพิษที่เรียกว่า กรดยูริก ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเก๊าต์ ตลอดจนอาการที่ไขข้อของกระดูกส่วนต่างๆ ในร่างกายนั้นจะเกิดอาการอักเสบได้ง่าย อันมีสาเหตุจากของเหลวในข้อต่อแห้งไป ซึ่งอาการนี้ เรียกว่าโรคข้อเสบ เมื่อเกิดขึ้นมักจะทำให้เจ็บปวดและส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้น เราสามารถป้องกันได้ด้วยการกินสตรอเบอรี่สด เป็นประจำ เพราะในสตรอเบอรี่สดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก และมีสรรพคุณในการล้างพิษในร่างกายได้อย่างชะงัด
3. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ แน่นอนว่าถ้าพุดถึงโรคมะเร็ง หลายๆ คนต้องเกิดอาการกลัวอย่างแน่นอน เพราะเป็นโรคที่ร้ายแรงมากโรคหนึ่ง ซึ่งการเกิดของโรคมะเร็งนั้นเกิดได้หลายจุด หลายอวัยวะของร่างกาย แต่เชื่อหรือไม่ว่า หากกินสตรอเบอรี่สดเป็นประจำทุกวัน ในปริมาณที่พอเหมาะแล้วล่ะก็ จะช่วยในการป้เองกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายประเภท ทั้งนี้เพราะในสตรอเบอรี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี โฟเลต และ แอนโธไซยานินส์ ซึ่งมีสรรพคุณในการยับยั้งการเกิดของเซลล์มะเร็ง
4. ช่วยในการทำงาน ของประสาทและสมอง และสามารถ ป้องกันความเครียดที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะในสตรอเบอรี่ มีสารไอโอดีน ที่ช่วยในการทำงานของประสาทและสมอง นอกจากนั้น ในสตรอเบอรี ยังมีน้ำตาลที่ไม่เป็นผลเสียต่อร่างกาย เพราะสามารถนำไปใช้งานได้ทันที ซึ่งน้ำตาลที่ว่านี้ จะช่วยในการลดความเครียดที่เกิดขึ้นได้ ถือเป็นอาหารว่าง หรือผลไม้ที่เหมาะจะกินเวลาเครียดเป็นที่สุด
5. สตรอเบอรี่ มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยง ของการเป็นโรคความดันโลหิต และช่วยในการหมุนเวียนของระบบเลือดในร่างกาย ตลอดจนสามารถลดความเสี่ยง ในการเป็นโรคหัวใจด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะในสตรอเบอรี่ 100 กรัม จะมีสารโพแทสเซียม ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงถึง 153 มิลลิกรัม ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่ต้องการพบกับเสี่ยงกับโรคดังกล่าว ควรรับประทานสตรอเบอรี่สด เป็นประจำทุกวัน จะช่วยป้องกันได้อย่างมาก แต่ต้องกินสตรอเบอรี่สด จึงจะได้ผลมากที่สุด
6.  ช่วยปรับสมดุล ในระบบขับถ่าย เพราะในสตรอเบอรี่ มีไฟเบอร์ หรือใยอาหาร ที่จะช่วยในการขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายง่าย อุจจาระไม่เป็นก้อน ลดอาการท้องผูก ถ่ายยาก ช่วยป้องกันความเสี่ยงของโรคริดสีดวงทวาร
7. ป้องกันโรคหัวใจ อย่างที่บอกไปว่า ในสตรอเบอรี่ มีโพแทสเซียม มีสารโฟเลต วิตามีนบีประเภทพิเศษ ที่พบได้ยาก สารอาหารดังกล่าว มีส่วนในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย นอกจากนั้น วิตามินซี ยังช่วยในการสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยในการป้องกันการสะสมของคอเรสเตอรอล อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจได้นั่นเอง